วันพฤหัสบดีที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2557

[JobSiam.com :56113] แบ่งปัน : ธรรมะบรรยาย เนื่องในโอกาสทำบุญครบรอบ ๓ ปี บริษัท ซีอีแอล เอ็นไวรอนเม้นส์ จำกัด วันเสาร์ที่ ๓๐ สิงหาคม ๒๕๕๗

แบ่งปันธรรมะยามเช้าค่ะ ขอให้ธรรมะรักษาทุกท่านค่ะ

 

From: eKnowledge [mailto:eKnowledge@cel.co.th]
Sent: Wednesday, September 03, 2014 7:04 PM
To: 'eKnowledge'
Cc: 'arunya@cel.co.th'
Subject: ธรรมะใกล้มือ : ธรรมะบรรยาย เนื่องในโอกาสทำบุญครบรอบ ๓ ปี บริษัท ซีอีแอล เอ็นไวรอนเม้นส์ จำกัด วันเสาร์ที่ ๓๐ สิงหาคม ๒๕๕๗

 

ธรรมะกับสิ่งแวดล้อม

โดย พระครูธรรมธร สมชาย สีลธโร ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดชลประทานรังสฤษฎ์

เนื่องในโอกาสทำบุญ ครบรอบ ๓ ปี บริษัท ซีอีแอล เอ็นไวรอนเม้นส์ จำกัด

วันเสาร์ที่ ๓๐ สิงหาคม ๒๕๕๗ ณ ณ กุฏิสี่เหลี่ยม วัดชลประทานฯ

 

   

 

ถ้าสิ่งแวดล้อมดี คนจะได้อยู่อย่างมีความสุข ถ้าสิ่งแวดล้อมไม่ดีอยู่กันเท่าไหร่ ๆ ก็ไม่มีความสุข มีปัญหาร่ำไป

ตอนนี้ภาพข่าวที่มีเชื้อระบาด ดูแล้วสิ่งแวดล้อมมันแย่มาก ทั้งการเป็นอยู่ อาหารการกิน สกปรก

เชื้อโรคมันก็เจริญเติบโต ไม่รู้ว่ามันจะมาบ้านเรารึเปล่า สิ่งแวดล้อมจะช่วยได้เยอะ ตั้งใจทำงานให้มันดี ๆ ก็แล้วกัน

เพราะการทำงานอย่างนี้ ไม่ต้องไปทำบุญที่วัดเลยก็ยังได้ มันได้บุญโดยส่วนรวม มันเป็นสังฆทานด้วย

การทำอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อคนหมู่มากถือว่าโชคดี  โชคดีมาก ๆ ทำเรื่องสิ่งแวดล้อม ขอให้ทำให้ดีเลย

ดูแลเรื่องตึก เรื่องการก่อสร้างอาคาร เราดูแลเรื่องสิ่งแวดล้อมให้เค้าดี เราก็ได้บุญด้วย

เค้าไม่เป็นโรค เค้าอยู่มีความสุข เราก็ได้รับอานิสงส์นั้นด้วย และอานิสงส์มันยืดยาวมาก

บอกวิธีการดูแลด้วยว่าเสร็จจากนี้ไปแล้วจะดูแลอย่างไร จะทำอย่างไร สิ่งแวดล้อมที่ทำไว้ถึงจะได้ดูดี

เพราะสังเกตุดูว่าเราไปสร้างถังขยะที่ไหนก็ตามใจ

คนมักจะไม่ทิ้งเข้าไปในถัง จะโยน ๆ ไว้ข้างนอก ฝนตกมา น้ำไหลมาก็สกปรก วัดก็มีปัญหาเรื่องนี้พอควรเหมือนกัน

แล้วที่ที่สมควรทิ้ง ตอนแรกๆ ก็ทิ้งกันดี ตอนหลังก็ไม่ทิ้ง ความร่วมไม้ร่วมมือ ลำบากมากมาย อยู่กันยากขึ้น

เพราะคนเห็นแก่ตัวมากขึ้น มีความเชื่ออย่างเดียวว่า บ้านเราสะอาดก็พอแล้ว ที่อื่นเลยไม่จำเป็น

ตัวเราเองก็เหมือนกัน บางทีเราทำงานสิ่งแวดล้อมแต่เราไม่ค่อยคำนึงถึง พอพ้นบ้านไปปั๊บ เราก็โยนโน่น โยนนี่ พ้นๆ บ้านไป

ถ้ามีความรู้สึกอย่างงั้นอยู่ล่ะก็ เลิกปฏิบัติเสีย เพราะโลกมันแคบแล้ว มันไม่ใช่โลกกว้างอย่างเมื่อก่อนตามความคิดของเรา

ทำอะไรปั๊บเดี๋ยวสักพัก ผลสิ่งแวดล้อมทั้งหลายมันก็กลับคืนเข้ามาหาเราเอง

อย่างน้อยที่สุด เราทำอย่างนี้ก็ถือว่าทำงานไม่ซื่อสัตย์ ไม่สุจริต ถึงแม้นว่าจะไม่ใช่เวลาทำงาน ถึงแม้นจะไม่เกี่ยวกับสถานที่ทำงาน

แต่เราไม่มีจิตที่มันเป็นอานิสงส์ดีๆ ต่อชาวโลกทั้งหลาย

เรานึกอยากจะทิ้งที่ไหนก็ให้รู้ไปเลย เราไม่มีจิตวิญญาณของนักอนุรักษ์ นักดูแลสิ่งแวดล้อม

เพราะเราถือว่ามันพ้นที่ทำงานเราแล้ว พ้นบ้านเราแล้ว ที่ไหนก็ช่าง มันจะสกปรกที่ไหนก็ช่าง

ถ้าจิตอย่างนี้ยังมีอยู่ ไม่น่าเป็นพนักงานในลักษณะที่ดูแลเรื่องสิ่งแวดล้อม

ต้องดูถึงตัวเอง และการกระทำของตัวเองทุกวันๆ สิ่งแวดล้อมมันจะดีขึ้นรึเปล่า ดูนิสัยใจคอเราเหมือนกัน

อย่าลืมว่า มนุษย์เป็นสิ่งแวดล้อมที่สำคัญที่สุด

เราอยู่ใกล้ใคร เราอยู่ใกล้ภรรยา เราอยู่ใกล้ลูก เราทำความทุกข์ความเดือนร้อนให้สามี ให้ภรรยา ให้ลูกหรือเปล่า?

นี่ก็สิ่งแวดล้อมชนิดนึงเหมือนกัน มีความรักต่อกันจริงหรือเปล่า มีความเสียสละต่อกันจริงหรือเปล่า

หรือต่างคนต่างมองหน้า และเห็นประโยชน์ซึ่งกันและกัน

หรือต่างคนต่างระแวงกัน ต่างคนต่างก็ให้อีกคนมาปรนนิบัติฉันสิ

เธอเป็นสามี เธอต้องมีหน้าที่เอาใจภรรยา

ภรรยาบอกไม่ใช่ เธอเป็นผู้ชาย เธอก็ต้องมาเอาใจฉันสิ

ลูกก็เหมือนกัน พ่อแม่ต้องเอาใจฉันสิ อะไรทำนองนี้

ลองนึกดูให้ดี สิ่งแวดล้อมที่เค้าว่ากันนั้น มันก็อยู่รอบตัวเราตลอดเวลา

ถ้าเราดีที่บ้าน ดีที่ครอบครัว ดีที่ทำงาน ดีต่อที่ไหนก็ตามใจที่เราอยู่ในโลกนี้ เราก็ใช้ได้

แต่ถ้ายังมีแบ่งเขา แบ่งเรา ตรงนี้ไม่ใช่ที่ที่ฉันรับผิดชอบ เหวี่ยงไปเลยขยะ

ตรงนี้ไม่ใช่คนของฉัน ทำไงก็ได้ โกงเขามาก็ได้ ทำให้เขาเดือนร้อนแล้วเอาความสุขมาเป็นของตัวก็ได้

ถ้าอย่างนี้ จิตวิญญาณของสิ่งแวดล้อมของเรายังไม่ถูกสิง ถ้าถูกสิง ก็จะคิดดี ๆ ไปทั่ว ทุกที่ทุกแห่ง ทำอะไรก็เห็นอกเห็นใจคนอื่น

อย่างอาตมา เวลาไปเข้าห้องน้ำตามปั๊มมักจะเสียสตางค์เสมอๆ เพราะเวลาไปทำสวนป่า รองเท้ามันชอบเปรอะ เปรอะดิน

และพอจะเข้าห้องน้ำปั๊บ เรานึกถึงคนล้างห้องน้ำเลย เขาทำสิ่งแวดล้อมไว้ดี ห้องน้ำเขาสะอาดมาก เขามีผ้ามีอะไรเช็ด

เราทั้งๆ ที่รู้สึกอยากเข้าห้องน้ำ แต่เราก็ต้องดูว่าช่วยเหลืออะไรคนๆ นี้ได้บ้าง เห็นใจอะไรเขาบ้าง

บางทีก็บอกเขา โยม ขออภัยนะ รองเท้ามันเปรอะมากเลย ขอสายยางหน่อยได้มั๊ยเดี๋ยวจะล้าง

เขาบอก ไม่เป็นไรเดี๋ยวล้างให้

เรามีน้ำใจ มีขนมอยู่ในรถ มีข้าวอยู่ในรถ มีอะไรก็แบ่งให้เขาบ้าง สตางค์ก็ให้บ่อย

บางคนอาจจะให้เป็นแบงค์ร้อยด้วยซ้ำ ถ้าแบงค์ยี่สิบไม่มี เราถือว่าเราให้แล้วเรามีความสุข

เจอรถขยะ เจอคนเก็บของข้างทาง ก็ให้กำลังใจเขาดี เขาช่วยทำให้สิ่งให้แวดล้อมดีจะตาย

 

มีบ้านอยู่หลังหนึ่ง ถ้าลงสะพานคลองพระยาบันลือไปแล้วสักพักนึง เลยปั๊มน้ำมันไปหน่อย

บ้านหลังนั้นอยากรู้จักเจ้าของเขามาก หน้าบ้านเขาสวยสะอาด บ่อน้ำเขาก็สะอาด ถึงเป็นบ่อสาธารณะนะ บ่อริมข้างทางหลวง

สนามหญ้าเรียบกริบตลอด และบ่อน้ำนะ สมมติตอนเช้าเราเห็นขยะ บางทีเราไปกลับอุทัย-สุพรรณ กลับมาขยะหายไปหมดแล้ว

แสดงว่าเขาดูแลดีมาก ไม่ว่าใครจะมาทิ้งที่นั่น และไม่ใช่แค่ปีสองปี เราวิ่งรถมาเป็นสิบปี ก็เห็นบ้านนี้สะอาด หน้าบ้านสะอาดจนจรดขอบถนน

เป็นบ้านเดียวเท่าที่วิ่งรถมาทั่วเมืองไทย บ้านนี้สุดยอด ยังไม่รู้ว่าบ้านใคร

ลงสะพานคลองพระยาบันลือไปแล้วสักพักแล้วอยู่ซ้ายมือ ประมาณซักกิโลนึง กิโลเศษๆ อะไรประมาณนี้

เห็นแล้วก็ชื่นใจ ทำให้รู้เลยว่าบ้านนี้ประพฤติธรรมกันทั้งบ้าน น่าเลื่อมใส

น่าสนใจ ว่าใครเป็นเจ้าของ เขาประพฤติธรรมจากใคร น่าสนใจมาก

ฉะนั้น อย่าคิดว่ามันไม่ได้ส่งผลกระทบอะไร เห็นแล้วชื่นใจ เห็นแล้วอนุโมทนาสาธุ ก็ถือว่าได้บุญแล้ว

 

บางทีรอบๆ บ้านเรา ในซอยในหมู่บ้านที่เราอยู่อาศัย บางบ้านพระไปบิณฑบาตรเดินลำบากมาก สิ่งแวดล้อมแย่มาก

เดินไปบางทีฝนตกแฉะๆ อย่างนี้ เราไม่รู้ว่าขี้หมาหรือขี้ดิน เวลาเดินไปเหยียบ เราถึงรู้ว่าเป็นขี้หมามีเม็ดพริกโผล่ขึ้นมา เล็ดลอดมาตามร่องนิ้ว

รู้สึกขยะแขยงขึ้นมาทันทีว่า อุ๊ย! สิ่งแวดล้อมแย่มาก

ตัวเองเลี้ยงหมา แต่ปล่อยหมาให้ไปถ่ายบ้านใครไม่รู้  ไปปัสสาวะรดล้อรถใครก็ไม่รู้ ก็ช่าง ไม่ใช่รถตัวก็เป็นอันใช้ได้

ฉะนั้น ในหมู่บ้านจัดสรรคนถึงทะเลาะกัน คนถึงไม่ชอบกัน

เปิดเพลงเราอยากจะเปิดดัง แต่เราไม่สนใจว่าคนข้างบ้านเราเขาสนใจมั๊ย? อยากจะฟังด้วยมั๊ย?

ถ้าอย่างนี้ ใช้ไม่ได้

 

เรื่องสิ่งแวดล้อม อย่าคิดว่าเป็นแต่เรื่องที่ทำงานเราเท่านั้น ตัวเราทำผลกระทบให้ใครบ้างหรือเปล่า

จะพูดจะจา เขาบอกว่า อาวุธที่ร้ายแรงที่สุดในตัวมนุษย์คือ ปาก

ปากนี่ ฟาดฟันคนเจ็บไปได้เป็นปีๆ บางทีเจ็บช้ำจนตายไปเลยก็ทำได้

ปากนี่ สำคัญที่สุด ทำบุญก็ได้ ทำบาปก็ได้ ทำเรื่องฆาตกรรมก็ได้

อย่างคนบางคนเค้ามีอายุอยู่ เค้าดูท่าทางไม่ดี โอ๊ยเกิดมาสภาพอย่างนี้ ตายดีกว่า มันพูดแบบนี้เสร็จ มันทำให้สิ่งแวดล้อมแย่มาก

คนเราต้องเห็นใจซึ่งกันและกัน เมตตาปรารถนาความสุข ความเจริญต่อกัน

อย่าไปพูดในเรื่องที่เขากำลังตกทุกข์ยากอยู่ อย่าไปซ้ำเติม อย่าไปทำให้เขาหนักอกหนักใจ

อันนี้ก็ถือว่าใช้ได้ ลองนึกดูให้ดี ๆ นะว่า

ไอ้วิชาชีพที่เราทำอยู่เนี่ย มันฝึกให้เราเป็นคนเมตตา เห็นแก่ประโยชน์โดยส่วนรวม

อย่าคิดว่ามันแคบ ๆ แค่ทำงานสิ่งแวดล้อมให้ดีแล้วกันก็จบ แต่มันฝึกธรรมะให้เราด้วย

ถ้าจิตใจเราอุดมด้วยธรรมะ รับรองได้เลยว่าสิ่งที่เราจะคิดจะทำ มันออกมาด้วยธรรม แล้วมันจะทำได้ดีที่สุด .... “

(ถอดเทปโดย คุณอรัญญา พรมเจริญ)

 

คำคมประจำสัปดาห์

Getting angry is punish yourself with other people's mistakes.

ความโกรธ เป็นแค่การหยิบความผิดพลาดของคนอื่นมาลงโทษตัวเองเท่านั้น

 

ไม่มีความคิดเห็น: