สวัสดีครับ อดิศร ครับ
การพิจารณาโทษพนักงานที่มาสายนั้นหลักการก็ต้องทำการสอบสวนหาสาเหตุก่อนทุกครั้งว่าพนักงานมีเหตุผลอันสมควรอะไรหรือไม่ ถ้าพนักงานมีเหตุผลที่รับฟังได้ก็ไม่ควรพิจารณาโทษแต่ควรให้คำปรึกษาและหาวิธีแก้ไขร่วมกันให้ได้ครับ แต่ถ้าพนักงานไม่มีเหตุผลอันสมควร ก็ควรพิจารณาโทษไปตามสมควร เริ่มตั้งแต่การตักเตือนด้วยวาจาไปในครั้งแรก หากยังมาสายและไม่มีเหตุผลอันสมควรอีก ก็ตักเตือนเป็นหนังสือซึ่งจะมีความแรงของโทษมากขึ้นแล้วครับ และหากยังมาสายอีกครั้งเป็นครั้งที่สาม นายจ้างก็สามารถพิจารณาเลิกจ้างได้ทันทีโดยไม่จ่ายค่าชดเชยเป็นไปตามมาตรา 119 แล้วครับ แต่อาจจะให้โอกาสอีกครั้งเป็นครั้งสุดท้ายโดยการสั่งพักงานโดยไม่จ่ายค่าจ้างเพื่อลดหย่อนผ่อนโทษให้ก็ได้ แต่ถ้ายังมีอีก ก็ไม่ควรเอาไว้แล้วครับ มาตรการนี้จะได้ผลอย่างชัดเจนและไม่ขัดต่อกฎหมาย เพราะพนักงานก็กลัวการถูกเลิกจ้างอย่างนี้ครับ ส่วนการที่หลาย ๆ องค์กรมักจะไปใช้วิธีหักค่าจ้างนั้น นอกจากจะไม่ได้ผลแล้วก็ยังขัดต่อมาตรา 76 อีกด้วยครับ
มาตรการอย่างอื่นที่ควรทำควบคู่ไปด้วยก็คือเรื่องของการตรวจสอบวินัยในลักษณะนี้กับพนักงานในตำแหน่งบังคับบัญชาด้วยครับ เพราะมีหลาย ๆ สถานประกอบการที่มีปัญหาว่าพนักงานมักจะมาสายเป็นประจำ แต่พอสืบไปสืบมาก็พบว่าตัวผู้บังคับบัญชาเองเป็นตัวอย่างที่ไม่ดี ทำให้พนักงานหย่อยยานในวินัยได้ครับ อีกอย่างหนึ่งนอกจากมาตรการทางวินัยนี้แล้ว เราก็ควรมีมาตรการในเชิงสร้างแรงจูงใจหรือสร้างความสุขในสถานที่ทำงานควบคู่ไปด้วย เช่นการให้รางวัลแก่พนักงานดีเด่นด้านวินัยและความรับผิดชอบประจำปี เพื่อเป็นตัวอย่างที่ดีในคนอื่น ๆ ครับ หรือมาตรการการพิจารณาความดีความชอบประจำปีก็ได้ครับ
ที่ขาดไม่ได้คือเรื่องของการอบรมด้านวินัยความรับผิดชอบและจริยธรรมให้แก่พนักงานในองค์กรอย่างสม่ำเสมอ เป็นการสร้างแรงกระตุ้นด้านจิตสำนึกครับ
หากิจกรรมมาทำกันเยอะ ๆ ครับ เป็นการสร้างความสุขในการทำงาน พนักงานก็จะไม่รู้สึกเบื่อหน่าย และอยากจะมาทำงานแต่เช้าทุก ๆ วัน
อดิศร
From: hr@rice-th.com
To: siamhrm@googlegroups.com
Subject: [SIAMHRM.COM :22351] ขออนุญาตสอบถามครับ
Date: Thu, 7 Jan 2010 10:58:12 +0700
Windows 7: ช่วยให้สิ่งที่คุณทำอยู่ทุกวันง่ายขึ้น ค้นหาพีซีที่เหมาะสมกับคุณ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น