ประชาชาติธุรกิจ
คอลัมน์ สามัญสำนึก โดย ทวี มีเงิน
คราว ที่แล้วพาทัวร์จีนขี่ม้าเลียบปักกิ่ง ดูความมหัศจรรย์ที่สามารถพลิกฟื้นประเทศแทบจะเรียกว่าเพียงแค่พลิกฝ่ามือจาก ประเทศที่ปกครองด้วยระบอบคอมมิวนิสต์ ยากจนไม่กี่ปีขยับอันดับประเทศขึ้นมาเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่อันดับ 2 ของโลก และยัง ประกาศอย่างอหังการว่าอีก 20 ปีจะแซงสหรัฐอเมริกาขึ้นแท่นอันดับ 1 ด้วยความเชื่อมั่นจากอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจในรอบ 30 ปีที่ผ่านมาเติบโตด้วยเลข 2 หลัก
แต่วันนี้เจาะลึกเข้าไปไขความลับ แห่งความสำเร็จ อาจจะไม่ใช่ทั้งหมดแต่ก็น่าจะเป็น 1 ใน 4 ห้องของหัวใจแห่งความสำเร็จในการพัฒนาประเทศจีน สถาบันที่ว่านี้ คือ "CNSA" หรือ "สถาบันบริหารศาสตร์แห่งประเทศจีน"
ต้องบอกว่าตื่นตะลึง จนแข้งขาอ่อนเปลี้ยเมื่อเห็นความยิ่งใหญ่อลังการของตัวอาคารของสถาบันแห่ง นี้ ต้องบอกว่าจีนทำอะไรให้ดูขลังน่าเกรงขามเสมอ ยิ่งเจออากาศในกรุงปักกิ่งเมื่อต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมา แทบจะเรียกว่า ก้าวเดินแทบไม่ออก
แต่ครั้นเข้าไปยังตัวอาคาร รู้สึกอบอุ่นกับการต้อนรับจาก เจ้าหน้าที่สาวสวย 2 คนที่คอยบรรยายให้ฟังจากบอร์ดนิทรรศการแบบถาวรของสถาบัน ทำให้รู้ว่าสถาบันแห่งนี้ เพิ่งจะครบรอบ 15 ปี ก่อตั้งในยุคของประธานาธิบดี "เจียง เจ๋อ หมิน" ซึ่งให้ความสำคัญกับสถาบันแห่งนี้มาก แม้แต่ประธานาธิบดี "หู จิ่น เทา" ที่ได้รับมรดกแห่งอำนาจจาก เจียง เจ๋อ หมิน ก็ให้ความสำคัญไม่แพ้กัน
ยิ่ง นายกรัฐมนตรี เวิน เจีย เป่า ถึงกับตั้งเป้าหมายกับสถาบันแห่งนี้ว่า ต้องเป็นสถาบันบริหารของรัฐบาลที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลกเลยทีเดียว
คง ไม่เกินความจริง เพราะจากการเดินดูนิทรรศการอันเป็นด่านแรกของการบรรยาย ก็มีรูปภาพของผู้นำประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกเข้ามาเยี่ยมชมสถาบันมากมาย เมื่อได้เข้ารับฟังการบรรยายยิ่งรู้สึกอบอุ่นที่ผู้อำนวยการสถาบันนำทีมต้อน รับ คณะของเราด้วยตัวเอง ซึ่งตำแหน่งผู้อำนวยการสถาบันถือว่าเป็นตำแหน่งที่สำคัญมากและเป็นระดับรอง เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์เลยทีเดียว
ภารกิจหลักของสถาบันแห่งนี้ คือ ให้การอบรมข้าราชการระดับรัฐมนตรีมณฑลของจีน รวมถึงการให้การอบรมข้าราชการชั้นสูงของฮ่องกงและมาเก๊าด้วย นอกจากนี้ยังให้การอบรมข้าราชการที่มาจากต่างประเทศกว่า 80 ประเทศทั่วโลก ยกเว้นข้าราชการไทยที่ยังไม่ผ่านการอบรมจากสถาบันแห่งนี้จนทำให้บรรดาคณะของ เราที่เป็นข้าราชการต้องกู้หน้าด้วยการขอจองคิวมาเรียนล่วงหน้า เรียกเสียงฮาจากที่ประชุมพอสมควร
นอกจากนี้ สถาบันทำหน้าที่จัดอบรมให้บรรดาหน่วยงานรัฐวิสาหกิจต่าง ๆ ของจีนได้ผลิตบุคลากรตามนโยบายของรัฐบาลจีน ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยต่าง ๆ กว่า 30 มหาวิทยาลัยทั่วประเทศผลิตนักศึกษาปริญญาโทและเอก หลังจากนั้นก็จะแนะนำนักศึกษาดีเด่นให้กับหน่วยงานของรัฐบาล บุคลากรต่าง ๆ ที่จบจากสถาบันนี้จะถูกส่งไปตามกระทรวงและมณฑลต่าง ๆ
ที่สำคัญอย่าง ยิ่งยวด คือ ทำหน้าที่ศึกษาวิจัยนโยบายต่าง ๆ ของรัฐบาล และยังทำหน้าที่ "ที่ปรึกษา" ให้กับรัฐบาลกลางของจีนโดยแบ่งตามประเด็นสำคัญของประเทศ ส่วนวิธีการอบรมน่าสนใจอย่างมาก เขาอบรมโดยเอาตัวปัญหาเป็นที่ตั้ง จะเน้นการแก้ปัญหาที่สำคัญ ๆ นอกจากนี้ยังอบรมโดยเน้นความสามารถในการบริหาร รวมถึงการอบรมข้าราชการ ทั่ว ๆ ไป
"เราอบรมให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของรัฐบาลจีนในปัจจุบัน เช่น จัดการอบรมข้าราชการทางฝั่งตะวันตกให้สอดคล้องกับนโยบายที่รัฐบาลมุ่งเน้นไป ทางฝั่งตะวันตก หรืออบรมพนักงานรัฐวิสาหกิจที่อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือให้สอดคล้องกับ การเจริญเติบโตของทางตะวันออกเฉียงเหนือ
จะว่าไปแล้วสถาบันแห่งนี้ ถือว่าเป็น "มันสมอง" ของ รัฐบาลจีนเลยทีเดียว ขณะที่นั่งฟังก็พยายามคิดว่ามีความคล้ายกับองค์กรใดของเราบ้าง แต่ลองทาบดูแล้วก็ไม่คล้ายเสียทีเดียว อย่างสถาบันพระปกเกล้าทำบทบาทแค่ส่วนหนึ่งของสถาบัน แห่งนี้
แต่ก็มีผู้ใหญ่ร่วมคณะเล่าให้ฟังว่า ในสมัยที่มีการ
ก่อ ตั้งสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ หรือ "นิด้า" รัฐบาล ก็หวังให้เป็นสถาบันพัฒนาคนเข้าสู่ระบบข้าราชการอย่างมีคุณภาพ แต่วันนี้รู้สึกว่าจะยิ่งถอยห่างจากเป้าหมายมากขึ้น เรื่อย ๆ อดเสียดายไม่ได้ มิเช่นนั้นเราคงมีสถาบันที่ผลิตบุคลากรที่มีคุณภาพป้อนให้กับรัฐบาล หน่วยงานราชการได้ไม่น้อย
แต่ก็ไม่เป็นไร เราเอาคนของเราไปฝึกของเขาก็ได้ ง่ายดี เผื่อจะมีระดับรัฐมนตรี ข้าราชการระดับสูง ที่มีคุณภาพและ คุณธรรมขึ้นมาบ้าง
--
เชิญ เข้ามาร่วม post ใน web board
http://www.thebestinsure.com/
บทความของใครได้ัรับการพิจารณาจากคณะกรรมการแล้วว่าน่าสนใจ และ มีประโยชน์ จะได้รับรางวัล กาแฟ 7 จากเวียตนามครับ
โดยจะพิจารณาให้ทุกเดือน
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น