ซึ่งไม่เพียงมองคน มองโลกอย่างเข้าใจ
แต่จะต้องหยั่งถึงจิตใจของพนักงานในองค์กรด้วย
หลัก การบริหารแบบ soft side management กล่าวกันว่าอาจเป็นเรื่องใหม่สำหรับกลวิธีการบริหารในปัจจุบันที่มุ่งแต่ สร้างคนดีคนเก่งเพียงอย่างเดียว
เพราะ soft side management เกี่ยวข้องกับกลวิธีในการบริหารมนุษย์ให้เป็นมนุษย์ ซึ่งมีทั้งเรื่องความละเอียดอ่อนทางความรู้สึก ความคาดหวัง สิ้นหวังการแสวงหาการเติบโตในวิชาชีพ
รวมถึงการยอมรับจากผู้นำขององค์กรต่าง ๆ ด้วย
เสมือน เป็นการผสมผสานระหว่างจิตวิทยาและมานุษยวิทยา โดยมีบริบทของผู้บริหารระดับสูงเป็นผู้คุมทิศทาง ทั้งในเรื่องการดำเนินชีวิตและการทำงาน
ซึ่งผ่านมา หลายคนคงทราบว่าผู้บริหารในองค์กรต่าง ๆ มักสร้างการบริหารในเชิงภาวะผู้นำ (leadership management) และหลายเครื่องมือที่ผู้นำขององค์กรต่าง ๆ มักนำมาใช้ ล้วนมาจากทฤษฎีจากโลกตะวันตก ซึ่งมุ่งสร้างความเป็นมืออาชีพ
มุ่งสร้างคนเก่ง คนดี คนมีจริยธรรม
โดย คนเหล่านั้นจะต้องถูกการยอมรับทั้งจากหัวน้างาน และลูกน้องด้วย ซึ่งบางครั้งในทฤษฎีการบริหารจากโลกตะวันตกบางทฤษฎีอาจใช้ไม่ได้กับการ บริหารในโลกตะวันออก
ผลเช่นนี้ จึงทำให้กลวิธีการบริหารบางครั้งจึงเกิดความผิดพลาดได้ เพราะ ภาพใหญ่ของการบริหาร ต่างมุ่งต้องการให้พนักงานเกิดการแข่งขันกันอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งบางครั้งอาจทำให้สูญเสียความเป็นทีมเวิร์ก
หรือบางครั้ง อาจทำให้แต่ละทีมเกิดความไม่สามัคคีกัน เพราะมุ่งแต่จะก้าวไปข้างหน้า หรือเพื่อก้าวไปสู่ตำแหน่งที่ดีกว่าคนอื่น
ยิ่ง ถ้าบางองค์กรนำเครื่องมือในการวัดประสิทธิภาพประสิทธิผลของพนักงานมาเป็น มาตรวัดด้วยแล้ว ยิ่งจะทำให้เกิด รอยถ่างออกไปยิ่งขึ้น
ยิ่งเฉพาะถ้าผู้นำคนนั้นไม่มีความเป็นธรรม
เหตุ นี้เอง จึงทำให้การบริหารแบบ soft side management จึงเริ่มเข้ามามีบทบาท ยิ่งเฉพาะกับบางองค์กรที่เห็นคุณค่าของมนุษย์ทำงานมากกว่าเห็นคุณค่าของ ประสิทธิภาพการทำงาน
เพราะการบริหารแบบ soft side management จะเปลี่ยนลักษณะการบริหารจากเจ้านาย ผู้บริหาร ผู้บังคับบัญชา มาเป็นพี่เลี้ยง หรือผู้ตามที่ดี
ตามทฤษฎีหลักการบริหาร 3 P คือ
P-planet หมายถึงโลก
P-people หมายถึงมนุษย์
P-profit หมายถึงกำไร
โดย ทั้ง 3 ส่วนนั้น นอกจากจะแสดงให้เห็นถึงกลวิธีการบริหารที่มองต่างจากทฤษฎีการบริหารแบบเดิม หากยังทำให้เห็นด้วยว่าทฤษฎีการบริหาร 3 P นั้น ค่อนข้างเน้นในเรื่องของความเป็นมนุษย์มากขึ้น
โดยไม่มองว่ามนุษย์ทำงานเป็นเพียง หุ่นยนต์
หรือ เป็นเพียงมนุษย์เงินเดือนเพียง อย่างเดียวที่พร้อมจะสั่งให้ทำอะไรก็ได้ เพราะในกติกาการบริหารแบบ soft side management นอกจากจะบริหารบน ความเข้าใจมนุษย์
หากยังจะต้องฟังมนุษย์รอบข้างด้วยว่าเขารู้สึกอย่างไรต่องานที่ทำอยู่ขณะนี้ หรือเขามีความอยากที่จะทำงานในตำแหน่งอื่นหรือไม่
หรืออยากต้องการโอกาสในการทำงานมากน้อยแค่ไหน
หรือ อยากพิสูจน์ฝีมือในเรื่องที่ตนเองคิดว่าน่าจะเป็นการดีสำหรับองค์กร ยิ่งถ้าเขาได้เข้าไปทำในเรื่องนั้น ๆ ไม่ใช่เกิดจากมุมมอง หรือทัศนคติส่วนตัว หรือเกิดจากการฟังคนรอบข้าง แล้วมาตัดสินว่าคนคนนี้สมควรได้รับพิจารณา หรือคนคนนี้ไม่สมควรที่จะได้รับการพิจารณา
เพราะการบริหารแบบ soft side management เป็นการบริหารโดยยึดหัวใจของมนุษย์ทำงานเป็นหลัก เสมือนเป็นการบริหารใจกับใจ
ซึ่ง ถ้าผู้บริหารคนนั้นมอบใจให้กับมนุษย์ทำงาน เขาจะได้ใจกลับไปจากมนุษย์ทำงานเช่นกัน และด้วยเหตุผลนี้เอง จึงทำให้เรื่องของการบริหารแบบ soft side management จึงเป็นที่ถูกกล่าวขานกันอย่างมากในแวดวงนักบริหารยุคใหม่
ยิ่งเฉพาะ กับสภาวะเศรษฐกิจโลกที่เป็นอยู่ขณะนี้ หลายองค์กรไม่ได้มองมนุษย์ทำงานด้วยหัวใจ หลายองค์กรไม่ได้มองมนุษย์ทำงานด้วยความรู้สึกและอารมณ์
หากมองไปที่ ความอยู่รอดขององค์กรเป็นหลัก ดังนั้น แม้เขาจะถูกปลดออก ไล่ออก หรือเชิญให้ออก ผู้บริหารก็จะไม่มีความรู้สึกใด ๆ ต่อคนเหล่านั้น เพราะถือว่าได้ทำตามกฎ กติกา มารยาททางสังคมเรียบร้อยแล้ว
ฉะนั้น เขาจะดำเนินชีวิตอยู่อย่างไรก็ช่างหัวเขา เพราะเขาถือเสียว่าเขาทำตามกฎหมายแรงงานถูกต้องทุกอย่าง เหตุเช่นนี้เอง จึงทำให้ภาวะความเป็นผู้นำ จึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับทักษะ และความสามารถทางการบริหารเพียงฝ่ายเดียว
หากขึ้นอยู่กับจิตใจของผู้บริหารคนนั้นด้วยว่าเขามองเห็นในสิ่งที่คนอื่นมองไม่เห็นหรือเปล่า ?
เพราะ การบริหารแบบ soft side management เป็นการบริหารที่ต้องผ่านกระบวนการของการฝึก กระบวนการของการฟัง และท้ายสุดจะต้องผ่านกระบวนการของความเป็นมนุษย์
ถึงจะทำให้มองเห็น ว่ามนุษย์เป็นสัตว์สังคมอย่างหนึ่ง ที่ต้องการการตอบสนองในทางบวกเช่นกัน ไม่ได้ต้องการแค่เงิน ตำแหน่ง โอกาส แต่เพียงฝ่ายเดียว
หากยังต้องการคำชม และคำสรรเสริญเยินยอบ้าง
หรือ อาจต้องการการถามไถ่ถึงความรู้สึก ความเหนื่อยล้าต่อการทำงานหรือ แม้แต่เรื่องครอบครัว ฉะนั้น ตรงนี้ จึงถือเป็นศาสตร์อย่างหนึ่งที่ผู้บริหารท่านใดมิอาจเลียนแบบได้
เพราะของอย่างนี้เกิดขึ้นจากประสบการณ์จริง
เกิด ขึ้นจากการมองโลก มองคนอย่างเข้าใจ ถึงจะทำให้มองเห็นแสงสว่างในตัวเขาได้ แต่ก็อย่างที่บอก เรื่องการบริหารแบบ soft side management เป็นศาสตร์ใหม่ที่หลายคนอาจมองไปในเชิงนามธรรม
ที่ไม่อาจสัมผัสได้จริง
แต่ในความเป็นจริงแล้ว นักทฤษฎีจากค่ายต่าง ๆ ต่างมองว่าการบริหารแบบ soft side management ต่างมีอยู่ในตัวมนุษย์ทุกคน
ยิ่งเฉพาะกับมนุษย์ในโลกตะวันออกที่จิตใจยังไม่หยาบกร้านพอ ก็จะสามารถนำการบริหารแบบ soft side management มาประยุกต์ใช้กับตัวตนได้
หรือประยุกต์ใช้กับคนรอบข้างได้
เนื่อง จากมนุษย์จากฝั่งตะวันออก ล้วนถูกฝึกปรือในวิถีแห่งพุทธะ ซึ่งถูกครอบงำด้วยศีล สมาธิ ปัญญา ดังนั้น ถ้าจะนำเรื่องเหล่านี้มาบริหาร ก็เชื่อได้ว่าคงจะได้เปรียบมนุษย์จากฝั่งตะวันตกอยู่บ้าง
ไม่เชื่อลองพิสูจน์ดู ?
--
เชิญ เข้ามาร่วม post ใน web board
http://www.thebestinsure.com/
บทความของใครได้ัรับการพิจารณาจากคณะกรรมการแล้วว่าน่าสนใจ และ มีประโยชน์ จะได้รับรางวัล กาแฟ 7 จากเวียตนามครับ
โดยจะพิจารณาให้ทุกเดือน
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น