วันอาทิตย์ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2553

[SIAMHRM.COM :22661] Soft Side Management การบริหารที่เน้นความเป็นมนุษย์

ประชาชาติธุรกิจ




"Soft side management" ไม่ได้มีความหมายเกี่ยวกับการบริหารแบบอ่อนนุ่ม หรือการบริหารด้านข้างแต่อย่างใด แต่ "soft side management" เป็นหลักการบริหารที่เน้นความเป็นมนุษย์

ซึ่งไม่เพียงมองคน มองโลกอย่างเข้าใจ

แต่จะต้องหยั่งถึงจิตใจของพนักงานในองค์กรด้วย

หลัก การบริหารแบบ soft side management กล่าวกันว่าอาจเป็นเรื่องใหม่สำหรับกลวิธีการบริหารในปัจจุบันที่มุ่งแต่ สร้างคนดีคนเก่งเพียงอย่างเดียว

เพราะ soft side management เกี่ยวข้องกับกลวิธีในการบริหารมนุษย์ให้เป็นมนุษย์ ซึ่งมีทั้งเรื่องความละเอียดอ่อนทางความรู้สึก ความคาดหวัง สิ้นหวังการแสวงหาการเติบโตในวิชาชีพ

รวมถึงการยอมรับจากผู้นำขององค์กรต่าง ๆ ด้วย

เสมือน เป็นการผสมผสานระหว่างจิตวิทยาและมานุษยวิทยา โดยมีบริบทของผู้บริหารระดับสูงเป็นผู้คุมทิศทาง ทั้งในเรื่องการดำเนินชีวิตและการทำงาน

ซึ่งผ่านมา หลายคนคงทราบว่าผู้บริหารในองค์กรต่าง ๆ มักสร้างการบริหารในเชิงภาวะผู้นำ (leadership management) และหลายเครื่องมือที่ผู้นำขององค์กรต่าง ๆ มักนำมาใช้ ล้วนมาจากทฤษฎีจากโลกตะวันตก ซึ่งมุ่งสร้างความเป็นมืออาชีพ

มุ่งสร้างคนเก่ง คนดี คนมีจริยธรรม

โดย คนเหล่านั้นจะต้องถูกการยอมรับทั้งจากหัวน้างาน และลูกน้องด้วย ซึ่งบางครั้งในทฤษฎีการบริหารจากโลกตะวันตกบางทฤษฎีอาจใช้ไม่ได้กับการ บริหารในโลกตะวันออก

ผลเช่นนี้ จึงทำให้กลวิธีการบริหารบางครั้งจึงเกิดความผิดพลาดได้ เพราะ ภาพใหญ่ของการบริหาร ต่างมุ่งต้องการให้พนักงานเกิดการแข่งขันกันอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งบางครั้งอาจทำให้สูญเสียความเป็นทีมเวิร์ก

หรือบางครั้ง อาจทำให้แต่ละทีมเกิดความไม่สามัคคีกัน เพราะมุ่งแต่จะก้าวไปข้างหน้า หรือเพื่อก้าวไปสู่ตำแหน่งที่ดีกว่าคนอื่น

ยิ่ง ถ้าบางองค์กรนำเครื่องมือในการวัดประสิทธิภาพประสิทธิผลของพนักงานมาเป็น มาตรวัดด้วยแล้ว ยิ่งจะทำให้เกิด รอยถ่างออกไปยิ่งขึ้น

ยิ่งเฉพาะถ้าผู้นำคนนั้นไม่มีความเป็นธรรม

เหตุ นี้เอง จึงทำให้การบริหารแบบ soft side management จึงเริ่มเข้ามามีบทบาท ยิ่งเฉพาะกับบางองค์กรที่เห็นคุณค่าของมนุษย์ทำงานมากกว่าเห็นคุณค่าของ ประสิทธิภาพการทำงาน

เพราะการบริหารแบบ soft side management จะเปลี่ยนลักษณะการบริหารจากเจ้านาย ผู้บริหาร ผู้บังคับบัญชา มาเป็นพี่เลี้ยง หรือผู้ตามที่ดี

ตามทฤษฎีหลักการบริหาร 3 P คือ

P-planet หมายถึงโลก

P-people หมายถึงมนุษย์

P-profit หมายถึงกำไร

โดย ทั้ง 3 ส่วนนั้น นอกจากจะแสดงให้เห็นถึงกลวิธีการบริหารที่มองต่างจากทฤษฎีการบริหารแบบเดิม หากยังทำให้เห็นด้วยว่าทฤษฎีการบริหาร 3 P นั้น ค่อนข้างเน้นในเรื่องของความเป็นมนุษย์มากขึ้น

โดยไม่มองว่ามนุษย์ทำงานเป็นเพียง หุ่นยนต์

หรือ เป็นเพียงมนุษย์เงินเดือนเพียง อย่างเดียวที่พร้อมจะสั่งให้ทำอะไรก็ได้ เพราะในกติกาการบริหารแบบ soft side management นอกจากจะบริหารบน ความเข้าใจมนุษย์

หากยังจะต้องฟังมนุษย์รอบข้างด้วยว่าเขารู้สึกอย่างไรต่องานที่ทำอยู่ขณะนี้ หรือเขามีความอยากที่จะทำงานในตำแหน่งอื่นหรือไม่

หรืออยากต้องการโอกาสในการทำงานมากน้อยแค่ไหน

หรือ อยากพิสูจน์ฝีมือในเรื่องที่ตนเองคิดว่าน่าจะเป็นการดีสำหรับองค์กร ยิ่งถ้าเขาได้เข้าไปทำในเรื่องนั้น ๆ ไม่ใช่เกิดจากมุมมอง หรือทัศนคติส่วนตัว หรือเกิดจากการฟังคนรอบข้าง แล้วมาตัดสินว่าคนคนนี้สมควรได้รับพิจารณา หรือคนคนนี้ไม่สมควรที่จะได้รับการพิจารณา

เพราะการบริหารแบบ soft side management เป็นการบริหารโดยยึดหัวใจของมนุษย์ทำงานเป็นหลัก เสมือนเป็นการบริหารใจกับใจ

ซึ่ง ถ้าผู้บริหารคนนั้นมอบใจให้กับมนุษย์ทำงาน เขาจะได้ใจกลับไปจากมนุษย์ทำงานเช่นกัน และด้วยเหตุผลนี้เอง จึงทำให้เรื่องของการบริหารแบบ soft side management จึงเป็นที่ถูกกล่าวขานกันอย่างมากในแวดวงนักบริหารยุคใหม่

ยิ่งเฉพาะ กับสภาวะเศรษฐกิจโลกที่เป็นอยู่ขณะนี้ หลายองค์กรไม่ได้มองมนุษย์ทำงานด้วยหัวใจ หลายองค์กรไม่ได้มองมนุษย์ทำงานด้วยความรู้สึกและอารมณ์

หากมองไปที่ ความอยู่รอดขององค์กรเป็นหลัก ดังนั้น แม้เขาจะถูกปลดออก ไล่ออก หรือเชิญให้ออก ผู้บริหารก็จะไม่มีความรู้สึกใด ๆ ต่อคนเหล่านั้น เพราะถือว่าได้ทำตามกฎ กติกา มารยาททางสังคมเรียบร้อยแล้ว

ฉะนั้น เขาจะดำเนินชีวิตอยู่อย่างไรก็ช่างหัวเขา เพราะเขาถือเสียว่าเขาทำตามกฎหมายแรงงานถูกต้องทุกอย่าง เหตุเช่นนี้เอง จึงทำให้ภาวะความเป็นผู้นำ จึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับทักษะ และความสามารถทางการบริหารเพียงฝ่ายเดียว

หากขึ้นอยู่กับจิตใจของผู้บริหารคนนั้นด้วยว่าเขามองเห็นในสิ่งที่คนอื่นมองไม่เห็นหรือเปล่า ?

เพราะ การบริหารแบบ soft side management เป็นการบริหารที่ต้องผ่านกระบวนการของการฝึก กระบวนการของการฟัง และท้ายสุดจะต้องผ่านกระบวนการของความเป็นมนุษย์

ถึงจะทำให้มองเห็น ว่ามนุษย์เป็นสัตว์สังคมอย่างหนึ่ง ที่ต้องการการตอบสนองในทางบวกเช่นกัน ไม่ได้ต้องการแค่เงิน ตำแหน่ง โอกาส แต่เพียงฝ่ายเดียว

หากยังต้องการคำชม และคำสรรเสริญเยินยอบ้าง

หรือ อาจต้องการการถามไถ่ถึงความรู้สึก ความเหนื่อยล้าต่อการทำงานหรือ แม้แต่เรื่องครอบครัว ฉะนั้น ตรงนี้ จึงถือเป็นศาสตร์อย่างหนึ่งที่ผู้บริหารท่านใดมิอาจเลียนแบบได้

เพราะของอย่างนี้เกิดขึ้นจากประสบการณ์จริง

เกิด ขึ้นจากการมองโลก มองคนอย่างเข้าใจ ถึงจะทำให้มองเห็นแสงสว่างในตัวเขาได้ แต่ก็อย่างที่บอก เรื่องการบริหารแบบ soft side management เป็นศาสตร์ใหม่ที่หลายคนอาจมองไปในเชิงนามธรรม

ที่ไม่อาจสัมผัสได้จริง

แต่ในความเป็นจริงแล้ว นักทฤษฎีจากค่ายต่าง ๆ ต่างมองว่าการบริหารแบบ soft side management ต่างมีอยู่ในตัวมนุษย์ทุกคน

ยิ่งเฉพาะกับมนุษย์ในโลกตะวันออกที่จิตใจยังไม่หยาบกร้านพอ ก็จะสามารถนำการบริหารแบบ soft side management มาประยุกต์ใช้กับตัวตนได้

หรือประยุกต์ใช้กับคนรอบข้างได้

เนื่อง จากมนุษย์จากฝั่งตะวันออก ล้วนถูกฝึกปรือในวิถีแห่งพุทธะ ซึ่งถูกครอบงำด้วยศีล สมาธิ ปัญญา ดังนั้น ถ้าจะนำเรื่องเหล่านี้มาบริหาร ก็เชื่อได้ว่าคงจะได้เปรียบมนุษย์จากฝั่งตะวันตกอยู่บ้าง

ไม่เชื่อลองพิสูจน์ดู ?


--
      เชิญ เข้ามาร่วม post ใน web board

        http://www.thebestinsure.com/

   บทความของใครได้ัรับการพิจารณาจากคณะกรรมการแล้วว่าน่าสนใจ และ มีประโยชน์ จะได้รับรางวัล กาแฟ 7 จากเวียตนามครับ
  โดยจะพิจารณาให้ทุกเดือน

ไม่มีความคิดเห็น: